อามรณ์อยากอ่านสืบสวนหนัก ๆ กลับมารบกวนอีกครั้งจนต้องหยิบชุดอินเดธที่ดองไว้ตั้งแต่งานหนังสือเดือนเมษายน มาอ่านค่ะ เล่มนี้ถ้าไม่รวมเรื่องสั้นก็เป็นอันดับที่ 20 และขอเตือนไว้ก่อนว่า ถ้าหากคุณเป็นนักอ่านมือใหม่สำหรับชุดนี้เรื่องนี้ก็ไม่เหมาะที่คุณจะเริ่มต้นอ่านเป็นเล่มแรกค่ะ
รอดสังหาร - Survivor in Death ///J.D. Robb
สนพ. เพิร์ล ผู้แปล วรรธนา วงษ์ฉัตร
เล่มนี้เปิดเรื่องได้ค่อนข้างโหดเหี้ยม เมื่อเด็กหญิงวัยเก้าขวบต้องเห็นพ่อแม่พี่ชายและเพื่อนร่วมชั้นเรียนของตัวเองถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา หนูน้อยนิกซีกลายเป็นพยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์คนเดียวที่มีชีวิตรอดอยู่ ฆาตกรเป็นมืออาชีพเป้าหมายคือฆ่ายกครอบครัว รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ แต่พวกเขาก็พลาดเมื่อปล่อยให้เด็กคนหนึ่งหลุดรอดไปได้
อีฟ ดัลลัส เจอะเจอคนเลว ๆ มาสารพัดรูปแบบและเธอยินดีที่จะเป็นเช่นนั้นต่อไปดีกว่าการต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่นิกซีเกาะเธอติดไม่ยอมให้ห่างกาย อีฟจำยอมเธอต้องประคับประคองจิตใจของนิกซี รับไปอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นที่ปลอดภัยที่สุดจนกว่าเธอจะจับฆาตกรได้ อีฟต้องหาแรงจูงใจให้พบว่าทำไมฆาตกรต้องลงมือฆ่าเหยื่อซึ่งมีประวัติใสสะอาดไม่เคยด่างพร้อย ไม่เคยมีประวัติว่าถูกขู่ฆาตกรรมจนถึงกับมีใครหมายหัวเอาชีวิต ถึงแม้อีฟรู้สึกมืดแปดด้านแต่เธอเชื่อมั่นเหลือเกินว่า มีแนวโน้มสูงน่าจะเป็นความแค้นส่วนตัวแต่เพราะอะไรล่ะ ทำไมจึงอยากให้พวกเขาตาย รูปแบบการฆ่าคือใช้มีดปาดคอเหยื่อโดยมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ พวกนี้ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตที่ต้องการฆ่าเพื่อความสะใจ ภายใต้ความกดดันนี้เองเล่มนี้จึงเห็นอีฟบีบคั้น กดดัน ระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนร่วมงาน เร่งให้พวกเขาหาข้อมูลให้เธอ โต้แย้งชนิดชวนทะเลาะซึ่งไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเห็นอีฟเป็นแบบนี้นะคะมีหลายเล่มที่อีฟมีอารมณ์แบบนี้แต่เรื่องนี้ อีฟหงุดหงิดที่ยังหาแรงจูงใจฆาตกรไม่ได้ ข้อมูลทุกอย่างถูกปิดซ่อนลึกไว้อย่างเป็นขั้นตอนและแนบเนียนยากที่เครื่องมือของกรมตำรวจจะเจาะถึง
เรื่องระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนร่วมงานนี่มีฉาก ๆ ขำฉากหนึ่งค่ะ ซึ่งอีฟก็รู้ตัวว่าเธอทำเกินไปแต่อีฟก็คืออีฟเธอใจกว้างมากพอที่จะชื่นชมแต่ไม่ขอโทษ
“ทำได้ดีมาก แม้ในเวลาที่คุณต้องรับมือกับคนที่แสบน่าดู”
“ใครที่ว่าแสบ พยานหรือผู้หมวด” อีฟถูกย้อนถาม
“คิดเอาเอง” อีฟตอบ
นอกเหนือจากที่อีฟต้องรับมือกับคดีนี้แล้วเธอต้องปรับตัวกับความไม่คุ้นเคยที่มีเด็กมาอยู่ร่วมบ้านสร้างปัญหาให้อีฟซึ่งไม่รู้ตัวว่าเธอต้องพูดหรือปฏิบัติต่อเด็กอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสม โร้คเสียอีกที่ใกล้ชิด เอาใจใส่นิกซีได้ดีกว่า แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็ไม่เคยมองข้าม ทำให้อีฟนึกสงสัยตัวเองว่าเธอหมกมุ่นกับคดีโหด ๆ มากจนขาดความอ่อนโยนไปรึเปล่า อ่านแล้วก็ขำดี แต่บอกได้ว่าล่มนี้มันส์ค่ะ ได้เห็นอีฟ กดดัน ใช้วาทะเฉียบแหลมฟาดฟัน โต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ของผู้มีอำนาจเพื่อขอข้อมูลผู้ต้องสงสัย อีกครั้งที่เราเห็นอีฟในมาดที่น่าเกรงขามมากเมื่อเธอเลือกจะทำ
ถือได้ว่าเรื่องนี้ใกล้เคียงที่สุดแล้วค่ะที่เราเห็นอีกและโร้คจับมือกันดูแลหนูน้อยคนหนึ่งซึ่งคดีนี้ฉุดกระชากทั้งคู่กลับสู่อดีตในวัยเด็กส่งผลให้อีฟและโร้คนึกย้อนไปเมื่อวัยเด็กว่าทั้งคู่ผ่านอะไรร้าย ๆ มาบ้าง อย่างไรก็ตามคดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งที่ทำให้อีฟหวั่นไหวเพราะนิกซีคือภาพสะท้อนในวัยเด็กของเธอ
มีฉากหนึ่งที่อีฟกับโร้คคุยกันถึงการต้องดูแลนิกซีค่ะซึ่งน่าจะตอบคำถามที่ว่าเมื่อไหร่ทั้งคู่จะมีลูกด้วยกันเสียที น. 310
“เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งเวลา อารมณ์ และร่างกาย แต่มันก็ให้รางวัลที่อัศจรรย์ใจ เราสมควรได้รับความผูกพันที่คุณพูดถึงทั้งยังควรสร้างมันขึ้นมาเมื่อเราพร้อม แต่เราทั้งคู่ยังไม่พร้อมและเราไม่เหมาะจะเป็นพ่อแม่ของเด็กหญิงอายุเกือบสิบขวบ สำหรับเรามันเป็นเหมือนการจู่ ๆ ก็เริ่มต้นทำภารกิจที่เหน็ดเหนื่อยแต่น่าทึ่งโดยไม่มีเวลาเรียนรู้......แต่ผมอยากมี ลูก ๆ กับคุณ อีฟ ยอดรัก สักวันหนึ่ง”
นึกภาพเอาเองนะคะว่าอีฟตัวสั่นทำท่าขนลุก ยังไง
คะแนนความพอใจ 8+
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น