30 มกราคม 2554

738 สตีลสตรีท Return # 1

ไม่คาดคิดว่าสองวันที่ผ่านมาอ่านหนังสือไม่จบไปสามเล่มติด ๆ กัน ทำให้บลอกของวันนี้เป็นหนังสือที่เราตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปอ่านใหม่อีกครั้งซึ่งเร็วกว่าที่จัดคิวเอาไว้ คงทราบกันบ้างแล้วนะคะว่าหนังสือชุดสตรีลสตรีทหรือชุดเครซี่ จะจบที่เล่มสิบเอ็ด ส่วนเล่มแปลตอนนี้แปลถึงเล่มหกแล้วค่ะ และนับจากเล่มเจ็ดเป็นต้นไปชื่อชุดจะใช้ชื่อว่า Steele Street – Loose ซึ่งไม่รู้เลยว่าปีนี้จะได้อ่านกันรึเปล่า




738 สตีลสตรีท Return # 1



ข้อมูลจำเพาะ: ฉากหน้าของสตีลสตรีทคือ ตึกเก่าสิบสามชั้นซอมซ่อ เป็นกิจการซื้อขายรถ รวมไปถึงอะไหล่รถพลังสูง เครื่องยนต์ทำขึ้นมาใช้กันเอง แล้วนำประประกอบปรับแต่ง บางครั้งก็เอาไปประลองในสนามแข่งขัน

ฉากหลังคือ สุดยอดทีมชุดปฏิบัติการพิเศษภายใต้ชื่อรหัส เอสดีเอฟ

ดีแลน ฮาร์ท ชายลึกลับที่ไม่เคยมีตัวตนมาก่อน จนกระทั่งเขาอายุสิบหกปี ถูกตำรวจจับโทษฐานขโมยรถ ติดคุกอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังจากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ที่มีอิทธิพลสูงคนหนึ่งพร้อมเงื่อนไขบางอย่าง

คริสเตียน ฮอว์กิ้นส์ อดีตนักโทษ และสองปีในโรงเรียนดัดสันดานข้อหาฆาตกรรม ก่อนหน้านั้นเคยถูกจับข้อหาขโมยรถยนต์

เจที โครโนโพลัส ทหารจากหน่วยนาวิกโยธิน

ครีด ริเวียร่า ทหารจากหน่วยนาวิกโยธิน

ควินน์ ยังเกอร์ นักบินกองทัพอากาศ ถูกขนานนามว่าเป็นวีรบุรุษของประเทศอเมริกา เป็นตำนานของนักบิน เคยถูกยิงตกที่อิรัก จนเป็นข่าวเกรียวกราว ได้ขึ้นปกนิตยสารและหนังสือพิมพ์ดัง ๆ แทบทุกเล่ม เป็นตัวอย่างของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่เอาชีวิตรอดจากสงครามมาได้อย่างกล้าหาญเพื่อชักชวนให้คนเข้ามาร่วมในกองทัพ เป็นเสมือนหน้าตาให้กับทีมเมื่อนักการเมืองบางคนพยายามยื่นมือเข้ามายุ่ง รถประจำตัวสุดรัก คามาโรปี 1969 ชื่อเจเน็ต



ร้อนนักรักนี้ (Crazy Hot) ///Tara Janzen

สนพ. แก้วกานต์ จิตอุษา ผู้แปล



ทันที่รู้สึกไม่ชอบมาพากลที่จู่ ๆ ดร. วิลสัน แมคคินนีย์ ผู้เป็นปู่หายตัวไป รีแกน แมคคินนีย์ก็ตามหา ควิน ยังเกอร์ เบาะแสเดียวของเธอแต่การตามหาควินน์เพื่อขอให้เขาช่วยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดเหตุการณ์ลุกลามเมื่อเธอหลงเข้าไปติดกับอยู่ระหว่างสถานการณ์อันตรายแทบเอาชีวิตไม่รอด

ควินน์ อยู่ระหว่างพักฟื้นจากการบาดเจ็บและกบดานในเซฟเฮาส์ห่างไกลแห่งหนึ่ง หลังจากที่เขาและทีมเอสดีเอฟบุกทำลายล้างธุรกิจของ โรเปอร์ โจนส์ อาชญากรตัวเอ้ และนำลังสินค้าที่เต็มไปด้วยกระดูกไดโนเสาร์มาซึ่งพวกเขาหวังไว้ว่าเป็นที่ซุกซ่อนของปืนจู่โจมของเพนตากอนที่ถูกขโมยไปและตามหาอยู่ แต่ในที่สุดเมื่อรีแกน รู้ว่าปู่ของเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมเอสดีเอฟที่ถูกดึงให้มาตรวจสอบกระดูกไดโนเสาร์ การพบควินน์โดยมีลูกสมุนของโรเปอร์สะกดรอยตาม ครอบครัวของเธอจึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

รีแกนไม่เคยรู้ว่าเธอเคยเป็นหวานใจวัยเด็กของควินน์ตั้งแต่เธออายุสิบห้าเมื่อตอนที่ควินน์และเพื่อน ๆ ของเขาถูกตำรวจจับ จนกระทั่งโรงเรียนดัดสันดานส่งพวกเขามาช่วยปู่เธอขุดซากกระดูกไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือสังคมทางหนึ่ง ในตอนนั้นรีแกนเป็นแรงใจและสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้เขาอยากเป็นคนที่ดีขึ้น ควินน์จึงมุ่งเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

การเดินเรื่องทั้งหมดในเล่มนี้จบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ ความสัมพันธ์ของควินน์และรีแกนในอดีตที่เคยแอบหลงใหลกันและกันช่วยให้เราเชื่อในหนึ่งค่ำคืนที่ร้อนฉ่าของพวกเขาและไม่รู้สึกว่าถูกคนแต่งยัดเหยียด แต่อย่างใด

มองย้อนกลับไป จากประโยคนี้ของควินน์ ใช่เหตุนี้รึเปล่านะ นับตั้งแต่เล่มสองจนถึงเล่มแปลปัจจุบัน ที่ทำให้เขาหายหน้าไป (น. 475)



“ผมกำลังจะแต่งงานในเร็ว ๆ นี้แล้ว จะต้องเลิกยุ่งกับพวกสาว ๆ และเลิกไล่ตามพวกคนชั่ว ผมจะต้องลงหลักปักฐานเสียที ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ห่างจากปัญหา”



ยิ่งได้กลับมาอ่านเล่มของควินน์ใหม่เราก็นึกเสียดายที่ไม่บทของเขาออกมาอีกเลยค่ะ นอกจากคู่เอกนี้แล้วก็ยังมีคู่รองที่ร้อนแรงไม่แพ้กันเลยค่ะเป็นคู่ของคิด โครโนโพลัส หนุ่มไอทีสุดเจ๋ง และนิกกี้ น้องสาวของรีแกน ซึ่งจะมีเล่มของพวกเขาเองในลำดับที่สี่

ความหลงใหลในรถของบรรดาหนุ่ม ๆ จากสตีลสตรีทเป็นอีกอย่างในหนังสือที่ไม่ใช่แค่คำอ้างหลักลอย เราจะเพลิดเพลินมากและแอบอิจฉามาก เมื่อหนุ่ม ๆ พวกนี้พูดถึงรถของพวกเขาเปรียบประดุจเป็นหญิงสาวแสนสวย ทรงเสน่ห์ เป็นการกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งที่ไม่รู้สึกเสียใจเลยค่ะ



คะแนนความพอใจ 8/10

ไม่มีความคิดเห็น: